รอมฎอนเดือนอันประเสริฐ |
|
อ้างอิง
อ่าน 2572 ครั้ง / ตอบ 8 ครั้ง
|
|
# # # รอมฎอน เดือนอันประเสริฐ # # #
. . .แจกเป็นวิทยาทาน
เนื่องในงานประจำปี ครั้งที่12 ของโรงเรียน
. 21มกราคม พ.ศ 2538
ในการจัดงานประจำปีของโรงเรียนศาสนวิทยานั้น เกือบจะทุกปีจะมีการแจกหนังสือ
แก่ผู้มีอุปการคุณ บางครั้งเป็นหนังสือเกี่ยวกับวิชาการ บางครั้งเป็นหนังสือเกี่ยวกับ
การศรัทธาเป็นต้น สำหรับปีนี้ก็เช่นกันผู้บริหารและคณะครูได้จัดพิมพ์ได้จัดพิมพ์
หนังสือเกี่ยวกับ . รอมฏอน . มาแจกเป็นวิทยาทานอีก
ผู้บริหารของโรงเรียนถือเป็นนโยบายที่จะต้องจัดหาหนังสือมาแจกทุกปี แก่ผู้มีอุปการะคุณ
อินชาอัลลอฮฺ
ยาซากุมุลลอฮุคอยร๊อน แด่ผู้ รวบรวม และผู้จัดพิมพ์
. รอมฎอนกะรีม
รอมฎอนเป็นเดือนที่ 9 ของเดือนอาหรับทั้งหมด 12 เดือน แต่เดือนนี้มีความ
แตกต่างจากเดือนอื่น กล่าวคือ พระองค์อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดเดือนนี้ให้เป็น
เดือนแห่งการประกอบอิบาดะฮฺ อิบาดะฮฺประการสำคัญที่ อัลลอฮฺ
ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงกำหนดให้ปฎิบัติในเดือนนี้คือ การถือศิลอด
หลังจากที่มุสลิมได้รับประทานอาหาร ได้ดื่มเครื่องดื่มอย่างอิ่มหนำสำราญเป็นเวลา
11 เดือน เพื่อให้มุสลิมได้รู้จักจำกัดการควบคุมตัวเอง ในการจำกัดการรับประทานอาหาร
ไม่ให้รับประทานอาหารจนอิ่มแปล้เกินขนาด ตามความอยากของปาก เพื่อให้กระเพาะ
ได้มีโอกาศพักผ่อนหลังจากได้ทำงานหนักมาเกือบตลอดปี ให้เขาได้ลิ้มรสความหิวโหย
เพื่อเขาจะได้พิเคราะห์ดูสภาพของคนยากจนขัดสนว่า ขณะที่เขามีความหิวโหย
เขาจะมีสภาพอย่างไร และทบทวนดูตัวของเขาเองว่า เขามีจิตเมตตา มีความสงสาร
มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากน้อยเพียงใด และเพื่อให้มุสลิมได้ใช้เวลา 1 เดือนนี้
สะสมความดีด้วยการละหมาดตะรอเวียหฺ อ่านอัลกุรอาน ทำการซิกรุลลอฮฺ ฝึกจิตใจให้
มุ่งสู่อัลลอฮฺ โดยประฎิบัติอิบาดะฮฺด้วยความอิคล้าศ (บริสุทธิ์ใจ)
ทำให้จิตใจมีความสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ทะเยอทะยาน อยากได้ในทรัพย์สิน ยศฐาบรรดาศักดิ์
ชื่อเสียง การสรรเสริญเยินยอจากผู้อื่น การมีอำนาจ การมักใหญ่ใฝ่สูง ต้องการบริวานแวดล้อม
และบารมี ไม่โอ้อวดความมั่งมี ความยิ่งใหญ่ ความเก่งกาจ ความสวยงาม ความใคร่ในตัญหาอารมณ์
ระงับจิตใจไม่ให้โกรธ หลง
การถือศิลอด นิยามความหมาย
การถือศอลอด หรือ อัซ เซามฺ อัซซิยาม ตามศาสนบัญญัติหมายถึง
ระงับการกิน การดื่ม การเสพย์สุขทางเพศ ตั้งแต่รุ่งอรุณขึ้นจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
โดยมีเจตนาปฎิบัติเพื่อเป็นการเคารพภักดี(อิบาดะฮฺ) ต่อ อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา
อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้บัญญัติการถือศอลอดในเดือนรอมฎอนในวันจันทร์ที่ 12
ชะอฺบาน ฮ. ศ 2 ดังหลักฐานจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล บะเกาะฮฺ อายะฮฺที่ 183 ว่า
# # โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย การถือศิลอดได้ถูกกำหนดแก่สู้เจ้า
ดังที่ถูกกำหนดแก่ผู้ที่มาก่อนหน้าพวกสูเจ้า เพื่อว่า สูเจ้าทั้งหลายจะยำเกรง # #
ท่านอบู อับดิร เราะฮฺมาน อับดุลลอฮฺ อิบนิอุมัร อิบนิลคอฎฎอบ รอฎิยัลลอฮุอันฮุม
ฉันได้ยินท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
# อิสลามตั้งอยู่บนรากฐาน 5 ประการคือ การกล่าวปฎิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าใดที่แท้จริง
นอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของพระองค์ ดำรงละหมาด จ่ายซากาต
ประกอบพิธีฮัจญ์ ณ บัยตุลลอฮฺ และถือศิลอดในเดือนรอมฎอน #
( บันทึกโดย บุคอรียฺ และมุสลิม )
การถือศิลอดของประชาชาติต่างๆ
การถือศอลอดในอดีตมีความแตกต่างกัน บางทีก้ถือศิลอดจะเป็นเพียงการระงับ
คำพูด บางที่ก็เป็นเพียงการงดรับประทานอาหารบางอย่าง บางทีก็เป็นเพียงการงด
การกินการดื่มในช่วงหนึ่งของกลางวัน เป็นต้นการถือศิลอดเป็นหลักการที่มีอยู่ใน
ประชาชาติต่างๆไม่ว่าจะเป็นชาวอียิปต์โบราณ กรีกโบราณ โรมันโบราณ อัลลอฮฺได้
ทรงใช้ให้นางมัรยัมถือศอลอดโดยการระงับคำพูด เมื่อมีผู้มาถามนางเกี่ยวกับการเกิดของ
นบีอีซา อลัยฮิสลามบุตรของนาง นบีซาการียาได้ถือศิลอดโดยการระงับคำพูด
เมื่อได้รับการบอกข่าวดีว่าจะมีบุตรชื่อ นบียะฮฺยา
ชาวอาหรับโบราณถือศิลอด 3 วันทุกเดือนและได้ถือศิลอดในวันที่ 10 เดือนมุฮัรรอม
(วันอาชูรออฺ) ชามอินเดียจำนวนไม่น้อยที่อดอาหาร เพื่อฝึกจิตใจให้มีความเข้มแข็ง
มีเจตนาที่แน่วแน่มั่นคง บรรดาผู้บูชาดวงดาวจะถือศิลอด 30 วัน โดยงดการกินการ
ดื่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า พวกมาโนก็ถือศิลอด 30 วันใน 1 ปี
สำหรับชาวยิวและคริสเตียน เชคมุฮัมมัด อับดุฮฺ เจ้าของหนังสืออธิบาย อัลกุรอาน
ชื่อ 'ตั๊ฟซีรอัล มะน้าร' กล่าวว่า
ในคัมภีร์เตารอตที่อยู่ในมือของเราไม่มีหลักฐานยืนยันถึงบัญญัติการถือศิลอด
หากแต่ส่งเสริมให้มีการถือศิลอดและชมเชยผู้ถือศิลอดเท่านั้น มีหลักฐานยืนยันว่า
บนีมูซาถือศิลอด 40 วัน ชาวยิวในสมัยนั้นถือศิลอดปีละ 1 สัปดาห์ เพื่อรำลึกถึงการ
พินาศของเมืองเยรุซาเล็ม และพวกเขาถือศิลอดหนึ่งวันในเดือนสิงหาคม
และมีการรายงานอีกว่า คัมภีร์เตารอตได้บัญญัติให้ชาวยิวถือศิลอดในวันที่ 10 ของ
เดือนมกราคม พวกเขาได้ถือศิลอดในตอนกลางคืน ซึ่งอาจจะทำให้พวกเขาเรียกว่า
' การถือศิลอดในวันอาซูรออฺ ' นอกจากนั้นชาวยิวยังถือศิลอดในตอนกลางวันของวันอื่นๆอีก
ส่วนชาวคริสต์ในคัมภีร์อินญิลก็มิได้ระบุถึงบัญญัติของการถือศิลอด
แต่ทว่าได้มีการระบุไว้ พร้อมกับชมเชยการถือศิลอด โดยนับว่าเป็นอิบาดะฮฺประการหนึ่ง
คัมภีร์อินญิลได้ใช้ให้ผู้ถือศิลอดใส่น้ำมันใส่ผมและล้างหน้าให้สะอาด เพื่อไม่ให้เห็นร่องรอย
ของการถือศิลอด เพราะจะเป็นการโอ้อวดผู้อื่น
การถือศิลอดที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดคือ การถือศิลอดที่ยิ่งใหญ่ก่อนวัน 'อิดุลฟิสหฺ'
ในศาสนายิวเรียกว่า 'วันพาสโซเวอร์ คือวันที่ระลึกถึงการที่ชาวยิวได้ออกเดินทางอพยพ
จากอียิปต์' ในศาสนาคริสต์เรียกว่า 'วันอิสเตอร์' คือวันที่ชาวครัสต์เชื่อว่า พระเยซูฟื้นชีพ
เสด็จขึ้นจากหลุมศพ' นบีมูซาก็ได้ถือศิลอดในวันพาสโซเวอร์นี้
การถือศิลอดนี้มีความแตกต่างกันตามแต่ละนิกาย บางนิกายจะถือศิลอดโดยไม่รับประทานเนื้อ
บางนิกายไม่รับประทานปลา บางนิกายไม่รับประทานไข่และนม
การถือศิลอดตามบัญญัติของชนรุ่นก่อน อาทิเช่น การถือศิลอดของชาวยิว พวกเขาจะรับ
ประทานอาหารในวันหนึ่งกับคืนหนึ่งเพียงครั้งเดียว ต่อมามีการเปลี่ยนแปลง โดยถือศิลอด
ตั้งแต่กลางคืนจนถึงเที่ยงวัน
บางชนชาติถือศิลอดเพื่อรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง การอับเสบของผิวหนัง
ท้องผูก อาหารไม่ย่อย ลดน้ำหนัก ขับสารพิษออกจากร่างกาย ผ่อนคลายความเครียด เป็นต้น
|
|
preecha
p.r.ma@hotmail.com [124.122.247.xxx] เมื่อ 14/01/2017 13:57
ท่านคือผู้ที่อัลลอฮฺทรงคัดเลือก
|